8.นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล สำหรับผู้มาติดต่อ ผู้ขอเข้าอาคาร สถานที่ปฏิบัติงาน
- ความจําเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย (legitimate Interest) ของเรา หรือบุคคลอื่นโดยประโยชน์ดังกล่าวมีความสําคัญไม่น้อยไปกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานใน ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน โดยบริษัทนําข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปใช้ในการประมวลผลเพื่อดูแลรักษาความปลอดภัยให้แก่ผู้ใช้บริการอาคารและทรัพย์สินของ อาคารหรือสถานที่ โดยหากท่านไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว จะไม่สามารถเข้าใช้ อาคารหรือสถานที่ได้
- ฐานการปฏิบัติตามกฎหมาย (Legal Obligation): บริษัทอาจนําข้อมูลส่วนบุคคล ของท่านไปใช้ในการประมวลผลเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายตามที่หน่วยงานรัฐที่มีอำนาจตามกฎหมายร้องขอ หรือใช้เพื่อเป็นพยานหลักฐานกรณีเกิดเหตุอาชญากรรม หรืออุบัติเหตุที่เกิดขึ้นภายในหรือบริเวณอาคาร
2. วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
บริษัทจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามหน้าบัตรประจําประชาชน หรือบัตรอื่นในการแลกบัตรผู้มาติดต่อในการเข้าอาคารหรือสถานที่ รวมถึงอาจมีการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลอื่น เพื่อมาตรการรักษาความปลอดภัย
3. ข้อมูลส่วนบุคคลที่เราเก็บรวบรวมและใช้
ตามวัตถุประสงค์ตามที่ได้แจ้งใน ข้อ 2. เป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ปรากฏตามหน้าบัตรประจําตัวประชาชนใบขับขี่ ( ชื่อ-นามสกุล วัน/เดือน/ปีเกิด ที่อยู่ เลขบัตรประจําตัวประชาชน เลขใบขับขี่), ภาพ กล้องวงจรปิด , รูปถ่าย , เบอร์โทรศัพท์,หมายเลขทะเบียนรถ (ถ้ามี) , เวลาเข้า-ออกสถานที่, ชื่อบริษัท หรือหน่วยงานต้นสังกัด (ถ้ามี)
4. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
เราอาจเปิดเผยข้อมูลเราจะเก็บรักษาข้อมูลที่เกี่ยวกับท่านไว้เป็นความลับ และจะไม่ทําการเปิดเผย เว้นแต่ กรณีที่เรา มีความจําเป็นเพื่อให้สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ตามที่ได้ระบุในประกาศฉบับนี้ ของท่านให้แก่ประเภทของบุคคลหรือนิติบุคคล ดังต่อไปนี้
4.1 หน่วยงานที่มีอํานาจหน้าที่ตามที่กฎหมายกําหนดเพื่อช่วยเหลือสนับสนุนในการบังคับใช้กฎหมาย หรือเพื่อการดําเนินการสืบสวน สอบสวน หรือการดําเนินคดีความต่าง ๆ
4.2 ผู้ให้บริการซึ่งเป็นบุคคลภายนอก เพื่อความจําเป็นในการสร้างความมั่นใจในเรื่องการป้องกัน หรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย สุขภาพ รวมทั้งทรัพย์สินของท่านหรือบุคคลอื่น
5. สิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ของท่าน
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลส่วนบุคคลของ ท่านอยู่ในความควบคุมของท่านได้มากขึ้น โดยท่านสามารถใช้สิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 เมื่อบทบัญญัติในส่วนที่เกี่ยวกับสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีผลใช้บังคับซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
5.1 สิทธิในการเข้าถึง รับสําเนา และขอให้เปิดเผยที่มาของข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่เราเก็บรวบรวมอยู่ เว้นแต่กรณีที่เรามีสิทธิปฏิเสธคําขอของท่านตามกฎหมายหรือคําสั่งศาล หรือ กรณีที่คําขอของท่านจะมีผลกระทบที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น
5.2 สิทธิในการขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน เพื่อให้มีความถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
5.3 สิทธิในการขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในกรณีหนึ่งกรณีใด ดังต่อไปนี้
5.3.1 เมื่ออยู่ในช่วงเวลาที่เราทําการตรวจสอบตามคําร้องขอของท่านให้แก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ถูกต้อง สมบูรณ์และเป็นปัจจุบัน
5.3.2 ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านถูกเก็บรวบรวม ใช้หรือเปิดเผยโดยมิชอบด้วยกฎหมาย
5.3.3 เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลของท่านหมดความจําเป็นในการเก็บรักษาไว้ตามวัตถุประสงค์เราได้แจ้งไว้ในการเก็บรวบรวม แต่ท่านประสงค์ให้เราเก็บรักษาข้อมูลนั้นต่อไปเพื่อประกอบการใช้สิทธิตามกฎหมายของท่าน
5.3.4 เมื่ออยู่ในช่วงเวลาที่เรากําลังพิสูจน์ให้ท่านเห็นถึงเหตุอันชอบด้วยกฎหมายในการ เก็บรวบรวม ใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือตรวจสอบความจําเป็น ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อประโยชน์สาธารณะ อันเนื่องมาจากการที่ท่านได้ใช้สิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
5.4 สิทธิในการคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เว้นแต่กรณีที่ เราเหตุในการปฏิเสธคําขอของท่านโดยชอบด้วยกฎหมาย (เช่น เราสามารถแสดงให้เห็นว่า การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านมีเหตุอันชอบด้วยกฎหมายยิ่งกว่า หรือ เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้อง ทางกฎหมายหรือเพื่อประโยชน์สาธารณะตามภารกิจของเรา)
6. ระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล
เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ของประกาศที่กําหนด เราจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องกับ ท่าน เป็นระยะเวลา 30 วัน นับจากวันที่เข้าใช้อาคารหรือสถานที่ ทั้งนี้เมื่อพ้นระยะเวลาดังกล่าวเราจะ ท่าการ ลบ ทําลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อไป
7. การรักษาความมั่นคงปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคล
เรามีมาตรการในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอย่างเหมาะสม ทั้งในเชิง เทคนิคและการบริหารจัดการ เพื่อป้องกันมิให้ข้อมูลสูญหาย หรือมีการเข้าถึง ลบ ทําลาย ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายและแนว ปฏิบัติด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ (Information Security Policy) ของเรา
นอกจากนี้ เราได้กําหนดให้มีนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลขึ้นโดยประกาศให้ทราบกันโดย ทั่วทั้งองค์กร พร้อมแนวทางปฏิบัติเพื่อให้เกิดความมั่นคงปลอดภัยในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคล โดยธํารงไว้ซึ่งความเป็นความลับ (Confidentiality) ความถูกต้องครบถ้วน (Integrity) และสภาพพร้อมใช้งาน (Availability) ของข้อมูลส่วนบุคคล โดยเราได้จัดให้มีการทบทวนนโยบาย ดังกล่าวรวมถึงประกาศนี้ในระยะเวลาตามที่เหมาะสม
8. ความรับผิดชอบของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
เราได้กําหนดให้เจ้าหน้าที่เฉพาะผู้ที่มีอํานาจหน้าที่เกี่ยวข้องในการจัดเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลของกิจกรรมการประมวลผลนี้เท่านั้นที่จะสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้โดยเราจะดําเนินการให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามประกาศนี้อย่างเคร่งครัด
9. การเปลี่ยนแปลงแก้ไขคําประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว
ในการปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงประกาศนี้ เราอาจพิจารณาแก้ไขเปลี่ยนแปลงตามที่เห็นสมควร และจะทําการแจ้งให้ท่านทราบผ่านช่องทางเว็ปไซต์ของบริษัทอย่างไรก็ดี เราขอแนะนําให้ท่านโปรดตรวจสอบเพื่อรับทราบ ประกาศฉบับใหม่อย่างสม่ําเสมอ โดยเฉพาะก่อนที่ท่านจะเข้ามาในพื้นที่ของเรา
การเข้ามาในพื้นที่ของท่าน ถือเป็นการรับทราบตามข้อตกลงในประกาศนี้ ทั้งนี้ โปรดระงับการเข้า พื้นที่ หากท่านไม่เห็นด้วยกับข้อตกลงในประกาศฉบับนี้ หากท่านยังคงเข้ามาในพื้นที่ต่อไปภายหลัง จากที่ประกาศนี้มีการแก้ไข และนําขึ้นประกาศในช่องทางข้างต้นแล้ว จะถือว่าท่านได้รับทราบการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวแล้ว
10. ช่องทางการติดต่อ
กรณีมีข้อสงสัย หรือ ต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม เกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน โปรดติดต่อบริษัทฯ ได้ตามช่องทางดังต่อไปนี้
10.1 สถานที่ติดต่อ : บริษัท เจ อาร์ เอ็ม เจริญมิตร กรุ๊ฟ จำกัด
อยู่เลขที่ 71/1 หมู่ 7 ถ.ตลิ่งชัน – สุพรรณบุรี ต.ละหาร อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี 11110
โทรศัพท์ 02-918-2645 (ติดต่อได้ในเวลาทำการจันทร์ - เสาร์ ตั้งแต่ 08:00น. - 17:00น.)
10.2 เจ้าหน้าที่ผู้ดูแลคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล : อีเมล dpo-jrm@martonthailand.com
โทรศัพท์ 02-918-2645 (ติดต่อได้ในเวลาทำการจันทร์ - เสาร์ ตั้งแต่ 08:00น. - 17:00น.)
