วันที่ 1  พฤศจิกายน  2567

ประกาศ JRM /PL-DPO-002/ 2567

 

ประกาศ นโยบาย เรื่อง นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับผู้สมัครงาน
(Job Applicant Privacy Policy)

              บริษัท เจ อาร์ เอ็ม เจริญมิตร กรุ๊ฟ จำกัด  (ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “บริษัทฯ” หรือ “เรา”)  ให้ความสำคัญ มุ่งมั่นในความคุ้มครอง และตระหนักถึงความรับผิดชอบในการเก็บรวบรวม  การใช้  การเปิดเผย  ตลอดจนการดำเนินการอื่นใด  กับ ข้อมูลของผู้สมัครงานที่ได้ให้ไว้แก่บริษัท (ข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งอาจรวมถึงข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวด้วยเช่นกัน (Sensitive Personal Data) ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคล พ.ศ. 2562) โดยข้อมูลส่วนบุคคลจะถูกเก็บรักษาในที่ปลอดภัยและเป็นความลับตามที่ได้กำหนดไว้ในนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ (นโยบาย) บริษัทใคร่ขอความยินยอมจากผู้สมัครงานในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในการเก็บ รวบรวมใช้ หรือเปิดเผย       

  1. หลักการเก็บข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทฯ  จะทำการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผยและดำเนินการด้วยวิธีอื่นใด เช่น การประมวลผล ต่อข้อมูลส่วนบุคคลที่ผู้สมัครงานได้ให้ไว้สำหรับการสมัครงานนี้ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลจากใบสมัครงาน หรือจากรูปแบบอื่นที่ผู้สมัครงานได้ให้ไว้ ในส่วนหนึ่งของขั้นตอนการสมัครงาน เช่น ทางโทรศัพท์ หรือการสัมภาษณ์ เป็นต้น

ทั้งนี้   บริษัท ฯ  อาจได้รับหรือได้มาซึ่ง  ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สมัครงานจากบุคคลภายนอก  เช่น  ผู้สรรหาบุคลากร การอ้างอิงจากนายจ้างเดิมของผู้สมัคร หุ้นส่วนเดิมทางธุรกิจ  ผู้รับจ้างงานช่วง ที่ให้บริการด้านสรรหาบุคลากร หรือ ความเชี่ยวชาญพิเศษเฉพาะด้าน ผู้ให้บริการด้านการวิเคราะห์ข้อมูล ผู้ให้บริการตรวจสอบประวัติความเป็นมา ผู้ให้บริการด้านการสืบค้นข้อมูล และผู้ให้บริการด้านต่าง ๆ (เช่น  บริษัทที่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ) รวมถึงข้อมูลที่เปิดเผยจากแหล่งที่มาที่เป็นสาธารณะ เช่น สื่อสังคมออนไลน์ (เช่น Facebook, Instagram) ที่มีข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สมัครงาน เป็นต้น

  1. วัตถุประสงค์การเก็บ รวบรวม ใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้
  2. เพื่อใช้ในการดำเนินการตามกระบวนการสรรหาของบริษัท
  3. เพื่อการพิจารณาคุณสมบัติ และทักษะของท่าน ว่าเหมาะสมกับตำแหน่งงานนั้นหรือไม่ ตรวจสอบประวัติก่อนการจ้างงาน โดยเป็นไปตามที่กฎหมายอนุญาตให้ทําได้  ได้แก่  คุณสมบัติด้านวิชาชีพ ข้อมูลเครดิตบูโร ประวัติอาชญากรรม และการตรวจเช็คจากบุคคลอ้างอิงที่ผู้สมัครงานได้ให้ข้อมูลไว้กับบริษัท เป็นต้น
  4. เพื่อประโยชน์ในการติดต่อ สื่อสารเพื่อการนัดหมายสัมภาษณ์งาน การส่งข่าวสารที่เกี่ยวกับ ตำแหน่งงาน
  5. เพื่อใช้ประกอบในการอ้างอิงการยืนยันตัวตนของผู้สมัครและความถูกต้องของข้อมูลส่วนบุคคล และ/หรือข้อมูลอื่นๆ ที่ผู้สมัครงานได้ให้ไว้แก่บริษัท
  6. เพื่อการปฏิบัติตามพันธะสัญญาการจ้างงานของบริษัท หรือเพื่อใช้ในการดําเนินการตามคําขอก่อนที่จะเข้ามาเป็นพนักงานของบริษัทตามกระบวนการสมัครงาน
  7. เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายต่างๆ เช่น  กฎหมายแรงงาน กฎหมายภาษีอากร  และ  กฎหมายหรือกฎระเบียบใดๆ ที่มีผลบังคับใช้กับบริษัท
  8. เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท ซึ่งจะไม่ละเมิดสิทธิพื้นฐาน หรือสิทธิทางเสรีภาพของเจ้าของข้อมูล
  9. เพื่อรวบรวมข้อมูลเป็นฐานข้อมูลของบริษัท หรือ ข้อมูลเชิงสถิติเกี่ยวกับ จํานวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์

ทั้งนี้หากภายหลังบริษัทได้มีการเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ในการเก็บ รวบรวมใช้ และ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบและขอความยินยอมก่อนการเก็บ รวบรวม ใช้หรือเปิดเผย ทั้งนี้ บริษัทได้กำหนดให้มีการบันทึกการแก้ไขเพิ่มเติมไว้เป็นหลักฐานด้วย

  1. รูปแบบของข้อมูลส่วนบุคคล

รูปแบบของข้อมูลส่วนบุคคล และ ตัวอย่างของข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ ได้เก็บรวบรวมประกอบไปด้วยดังนี้

  1. ข้อมูลที่ใช้ระบุตัวบุคคล เช่น ชื่อ วัน เดือน ปีเกิด เลขที่หนังสือเดินทาง / เลขบัตรประจำตัวประชาชน ที่อยู่ เป็นต้น
  2. ข้อมูลเกี่ยวกับคุณวุฒิและประวัติการทำงานของท่าน เช่น ประกาศนียบัตรจากโรงเรียน / มหาวิทยาลัย ประวัติการเรียน การทดสอบทางวิชาการหรือภาษา หนังสือรับรองและหนังสืออ้างอิง เป็นต้น
  3. ข้อมูลเกี่ยวกับการการสมัครงานของท่าน เช่น ประวัติส่วนตัว ประวัติการเกณฑ์ทหาร ข้อมูล การสัมภาษณ์งาน และหลักฐานอ้างอิงต่าง ๆ เป็นต้น
  4. ข้อมูลเกี่ยวกับแนวโน้มการขัดกันของผลประโยชน์ เช่น ผลประโยชน์ในทางธุรกิจอื่นของท่านหรือ ของญาติ ซึ่งอาจขัดแย้งกับผลประโยชน์ของบริษัท หรือมีความสัมพันธ์เกี่ยวกับกับคู่ค้าของบริษัทหรือไม่ เป็นต้น
  5. ข้อมูลเกี่ยวกับคดีความ หรือการปฏิบัติตามกฎหมาย และประวัติอาชญากรรม เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับ การดำเนินคดีความทางแพ่ง ทางอาญา หรือ ข้อมูลเกี่ยวกับการล้มละลาย เป็นต้น
  6. กรณีได้รับการเสนอตำแหน่งงาน – ข้อมูลส่วนบุคคลอื่น เช่น เพศ สัญชาติ สถานภาพการสมรส รายละเอียดของบัญชีธนาคาร ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ที่อยู่ในการดูแลของท่าน ประวัติสุขภาพ และภาพถ่าย เป็นต้น

ข้อมูลที่บริษัทฯ ประมวลผลอาจรวมถึง “ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว” อันหมายถึง ข้อมูลตามที่กำหนดไว้ใน พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และฉบับปรับปรุงแก้ไขตามที่จะมีการแก้ไขเป็นคราว ๆ รวมถึงกฎหมายและกฎระเบียบที่ใช้บังคับอื่น เช่น ข้อมูลบุคคลเกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ หรือข้อมูลอื่นใดซึ่งกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทำนองเดียวกัน

โดยในการรับสมัครพนักงาน และ ขั้นตอนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการรับสมัครพนักงาน บริษัท เจ อาร์ เอ็ม เจริญมิตร กรุ๊ฟ จำกัด จะประมวลผลและรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวของท่าน เช่น ประวัติสุขภาพ, ประวัติอาชญากรรม เป็นต้น

ทั้งนี้ ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สมัครงาน ดังได้กล่าวไว้ข้างต้น จำเป็นต่อการพิจารณา เพื่อเลือกรับพนักงาน และดำเนินการอื่นใด ที่เกี่ยวข้องเพื่อสรรหาพนักงาน ว่าจ้างพนักงานทั้งสิ้น ซึ่งหากผู้สมัครงานไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลที่จำเป็นต่อ การดำเนินการตามขั้นตอนการรับสมัครพนักงานตามที่ระบุข้างต้น บริษัทจะไม่สามารถดำเนินการพิจารณา รับสมัครงาน และดำเนินการอื่นใดตามวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องได้

  1. ความถูกต้องของข้อมูล

ผู้สมัครงานต้องรับรองว่าข้อมูลส่วนบุคคลที่ผู้สมัครนั้นที่ได้ให้แก่บริษัทมีความ ถูกต้อง สมบูรณ์ และเป็นข้อมูลล่าสุดตามที่บริษัทฯ  ต้องการ

การใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สมัครงาน

บริษัทฯ  จะใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สมัครงานเพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการจ้างงาน ดังต่อไปนี้

  1. การดำเนินการและการจัดการกับใบสมัครงานของผู้สมัครงาน รวมถึงการจัดการด้านการสัมภาษณ์งานและทดสอบ การจัดการประเมิน การประเมินและกิจกรรมที่เกี่ยวข้องอื่นใดที่จำเป็นสำหรับขั้นตอนการจ้างงาน
  2. การประเมินความเหมาะสมของผู้สมัครงาน ต่อตำแหน่งหน้าที่ ตามที่บริษัท ฯ พิจารณาว่าเหมาะสม ตลอดจนการตรวจสอบการอ้างอิงของผู้สมัครงาน ประวัติการทำงาน หรือการตรวจสอบอย่างละเอียด
  3. การกำหนดค่าจ้าง ค่าตอบแทน การจ่ายเงินโบนัส และผลประโยชน์อื่น ๆ
  4. การติดต่อสื่อสารภายในบริษัทฯ
  5. การปฏิบัติตามกฎหมายที่ใช้บังคับ กฎเกณฑ์ นโยบาย วิธีปฏิบัติ รวมถึงข้อบังคับการทำงานของบริษัทฯ
  6. กรณีได้รับการเสนอตำแหน่งงาน – ตรวจสอบประวัติก่อนการจ้างงาน และ ประวัติความเป็นมาเกี่ยวกับผู้สมัครงาน
  1. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทฯ อาจทำการเปิดเผย และ/หรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สมัครงานไปยังกลุ่มบุคคลดังต่อไปนี้ ผู้รับโอนข้อมูล ซึ่งบุคคลดังกล่าว จะทำการนำข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวของผู้สมัครงานเพื่อวัตถุประสงค์  ที่เกี่ยวข้องอย่างใดอย่างหนึ่งหรือมากกว่า

  1. ผู้เชี่ยวชาญด้านการให้คำปรึกษา ที่ปรึกษา คู่สัญญา ผู้รับจ้างงานช่วง และผู้ให้บริการซึ่งเป็นคู่สัญญาฝ่ายที่สาม รวมถึง เช่น ผู้สรรหาบุคลากร บริษัทที่เป็นเจ้าของ สนับสนุน หรือดูแลรักษาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของบริษัท หรือ โปรแกรมที่ช่วยในการสรรหาบุคลากร  และระบบของ แผนกทรัพยากรบุคคลอื่น ๆ  (รวมถึงการคำนวณระบบค่าตอบแทนและผลประโยชน์) และบริษัท ที่ตรวจสอบการอ้างอิงของผู้สมัครงาน รับรองการตรวจสอบประวัติ และดำเนินการตรวจสอบอย่างละเอียด ในนามของบริษัท เป็นต้น
  2. หน่วยงานราชการ หน่วยงานผู้มีอำนาจควบคุมกฎเกณฑ์ต่าง ๆ เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจในการบังคับใช้กฎหมาย ศาล และเขตอำนาจศาล

ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สมัครงานจะถูกโอนไปยังที่อื่น ก็ต่อเมื่อบริษัทมั่นใจว่าข้อมูลส่วนบุคคลได้ถูกเก็บรักษาไว้ อย่างปลอดภัยตามระดับความคุ้มครองที่เหมาะสมและเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น

  1. การเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทฯ จะทำการเก็บรักษาข้อมูลของผู้สมัครที่ไม่ได้รับคัดเลือก เพื่อวัตถุประสงค์ ในการ จ้างงานในอนาคต เป็นระยะเวลา 10 ปีนับจากวันที่ไม่ได้รับคัดเลือก ทั้งนี้เป็นไปตามนโยบายการเก็บรักษาข้อมูลของบริษัท หรือตามที่กฎหมายที่ใช้บังคับได้กำหนดหรืออนุญาต บริษัทอาจเปิดเผยใบสมัครงานและข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สมัครต่อสำนักงานสาขา ของ บริษัทฯ เพื่อการพิจารณาหากมีตำแหน่งงานที่เหมาะสมเกิดขึ้น ในช่วงเวลานั้น

  1. สิทธิในข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สมัค

ผู้สมัครงานมีสิทธิดังนี้

  1. ผู้สมัครงานมีสิทธิถอนความยินยอมของท่านเมื่อใดก็ได้ เว้นแต่กฎหมายจะได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ทั้งนี้การถอนความยินยอมดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ ความยินยอมโดยชอบด้วยกฎหมายทก่อนการถอนความยินยอมดังกล่าว
  2. ผู้สมัครงานมีสิทธิขอให้บริษัท ดำเนินการลบ หรือ ทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ซึ่งอยู่ในความครอบครอง หรือการควบคุมของบริษัท หรือทำให้เป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้
  3. ผู้สมัครงานมีสิทธิขอให้บริษัท  โอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในรูปแบบที่สามารถอ่าน หรือ ใช้งานได้ทั่วไป ด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานโดยอัตโนมัติไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่น  ทั้งนี้  โดยขึ้นอยู่กับข้อยกเว้นตามที่กฎหมายกำหนด
  4. ผู้สมัครงานมีสิทธิคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือขอให้บริษัท ระงับการใช้ข้อมูล ส่วนบุคคลนั้น ทั้งนี้ บริษัท จะดำเนินการตามคำขอตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
  5. ผู้สมัครงานมีสิทธิขอเข้าถึง และ  ขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้ โดยบริษัทจะดำเนินการตามคำขอของท่านภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำขอ เว้นแต่กฎหมายจะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น
  6. ผู้สมัครงานมีสิทธิขอให้บริษัท ดำเนินการให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านถูกต้องสมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ทั้งนี้ในทุกขั้นตอนการปฏิบัติงาน บริษัทจะดำเนินการตรวจสอบเท่าที่เป็นไปได้ เพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการมีความถูกต้อง สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน
  7. ผู้สมัครงานมีสิทธิร้องเรียนต่อเจ้าหน้าที่ หรือหน่วยงานที่กำกับดูแลด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
  1. การแก้ไขเปลี่ยนแปลงนโยบาย

บริษัทฯ   อาจทำการทบทวน    และ   ปรับปรุงนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้  ได้เป็นครั้งคราวไป  เช่น    เพื่อให้มีความสอดคล้อง   เมื่อมีการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมาย   รวมถึงกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล  หรือมีการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับเทคโนโลยีของบริษัท   เป็นต้น   ทั้งนี้   เมื่อมีการปรับปรุงนโยบายฉบับนี้   บริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบ

  1. ติดต่อบริษัท

กรณีมีข้อสงสัยหรือต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน โปรดติดต่อบริษัทฯ ได้ตามช่องทางดังต่อไปนี้

  1. สถานที่ติดต่อ : บริษัท เจ อาร์ เอ็ม เจริญมิตร กรุ๊ฟ จำกัด ที่อยู่ 71/1 หมู่ 7 ถนน.ตลิ่งชั่น-สุพรรณบุรี ตำบล ละหาร อำเภอ บางบัวทอง จังหวัด นนทบุรี 11110            โทรศัพท์ 02-918-2645 (ติดต่อได้ในเวลาทำการจันทร์ – เสาร์ ตั้งแต่ 08:00น. – 17:00น.)

  1. เจ้าหน้าที่ผู้ดูแลคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล :  อีเมล dpo-jrm@martonthailand.com
    โทรศัพท์ 02-918-2645 (ติดต่อได้ในเวลาทำการจันทร์ – เสาร์ ตั้งแต่ 08:00น. – 17:00น.)

ประกาศนโยบายฉบับนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่    01  พฤศจิกายน  2567   เป็นต้นไป