ประกาศ นโยบาย เรื่อง นโยบายความเป็นส่วนตัวสำหรับฝ่ายทรัพยากรบุคคล

(Human Resources Privacy Policy)

 

          บริษัท เจ อาร์ เอ็ม เจริญมิตร กรุ๊ฟ จำกัด (ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า บริษัทหรือ เรา”)  ให้ความเคารพต่อความเป็นส่วนตัวของท่านและให้สัญญาว่าจะคุ้มครองความเป็นส่วนตัวนั้น โดยประกาศความเป็นส่วนตัวสําหรับงานบริหารทรัพยากรบุคคลฉบับนี้  (“ประกาศ“) ได้อธิบายถึงวิธีปฏิบัติของเราในการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลที่สามารถระบุถึงตัวตนของบุคคล  (“ข้อมูลส่วนบุคคล“) ทั้งที่ท่านได้ให้ไว้และที่บริษัทได้รับจากแหล่งอื่นโดยประกาศฉบับนี้ใช้บังคับแก่การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของของท่านในฐานะที่ท่านเป็นพนักงานของบริษัทซึ่งหมายความรวมถึงบุคคลดังต่อไปนี้ 

         1. ผู้สมัครงาน ผู้เข้ารับการสัมภาษณ์งาน 

         2. พนักงานปัจจุบันและอดีตพนักงาน  

         3. พนักงานที่ไปปฏิบัติงานที่องค์กรอื่น 

         4. พนักงานที่อยู่ในช่วงทดลองงาน พนักงานชั่วคราว พนักงานฝึกงาน นักศึกษาฝึกงาน 

         5. พนักงานที่เกษียณอายุ 

         6. ที่ปรึกษาปัจจุบันและอดีตที่ปรึกษา ผู้รับจ้างอิสระและตัวแทน พนักงานภายนอก พนักงานรับเหมาค่าแรง(sub-contract)
         7. บุคคลที่ได้รับมอบหมายให้กระทําการแทนบริษัท 

ซึ่งต่อไปในเอกสารนี้จะเรียกรวมกันว่า พนักงาน” หรือ ท่าน” ) การใช้ข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมดที่ระบุอยู่ในประกาศฉบับนี้จะเป็นไปตามกฎหมาย   ซึ่งรวมถึงพระราชบัญญัติคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคล พ.. 2562 และนโยบายและวิธีดําเนินงานของบริษัทที่บังคับใช้อยู่ในขณะนั้น  

1.       คําศัพท์ที่ใช้ในประกาศฉบับนี้

        “ข้อมูลที่สามารถระบุถึงตัวตนของบุคคลหรือ ข้อมูลส่วนบุคคลหมายถึง ประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลนอกจากนี้จะถูกระบุไว้ด้านล่างนี้ คําว่า ข้อตกลงให้รวมถึง การจ้างงาน การให้บริการตามสัญญา หรือการได้รับสิ่งใดๆ จากบริษัท และรวมไปถึง ช่วงเวลาในระหว่างที่บริษัท ยังปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญาให้กับท่าน (อาทิ หน้าที่ในการจ่ายเงินบํานาญให้กับท่านหรือ คู่สมรสหรือสมาชิกในครอบครัวซึ่งมีสิทธิได้รับ) “การประมวลผลหมายถึง การเก็บรวบรวม การจัดเก็บ การดําเนินการ การใช้ การแก้ไข เปลี่ยนแปลง การถ่ายโอน  การเปิดเผย หรือการจัดการอื่นๆ  

 

2.       ประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวม  

        ประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่บริษัทประมวลผลอาจมีความหลากหลายตามลักษณะของข้อตกลง ความสัมพันธ์และปฏิสัมพันธ์ที่ท่านมีกับบริษัท ซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวอาจได้มาจากหลากหลายช่องทางทั้งที่บริษัทเก็บรวบรวมโดยตรงจากท่าน (เช่น อีเมล โทรศัพท์ เว็บไซต์หรือแบบฟอร์มของบริษัทสถานที่ทําการของบริษัท ระหว่าง กระบวนการสมัครงานหรือสัมภาษณ์งานเมื่อเริ่มต้นจ้างงานหรือตลอดระยะเวลาที่จ้างงานหรือระยะเวลาตามข้อตกลง) หรือ ที่บริษัทได้จากแหล่งอื่น  (เช่น  ผู้ให้บริการภายนอก ) (เช่น บริษัทจัดหาพนักงาน) พันธมิตรทางธุรกิจ (เช่น ผู้รับจ้าง บริษัทประกัน โรงพยาบาล ธนาคาร) บุคคลที่สามอื่น ๆ (เช่น เพื่อน บุคคลในครอบครัวของท่าน บุคคลอ้างอิง ผู้ร้องเรียน เจ้าหนี้ อดีต นายจ้าง) เว็บไซต์ของบุคคลภายนอก (เช่น สื่อสังคมออนไลน์) หน่วยงานภาครัฐ (เช่น กองทุนกู้ยืมเงินเพื่อการศึกษา กรม บังคับคดี ศาล) และ/หรือ แหล่งข้อมูลสาธารณะ)  ข้อมูลส่วนบุคคลอาจรวมถึงข้อมูลในประเภทต่างๆ เช่น 

              2.1  ข้อมูลทั่วไปและข้อมูลสําหรับการติดต่อ เช่น คํานําหน้าชื่อ ชื่อนามสกุล อายุ รูปถ่าย วันเดือนปีเกิด ลายมือชื่อ สถานที่เกิด    เพศ สัญชาติกรุ๊ปเลือด นํ้าหนัก ส่วนสูง สถานะการสมรส สถานะการเข้ารับราชการทหาร ระดับการศึกษา ประวัติการทํางาน คุณสมบัติความสนใจ/งานอดิเรก ที่อยู่ ที่อยู่ทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์เบอร์โทรศัพท์ ชื่อบัญชีผู้ใช้สื่อ สังคมออนไลน์และ/หรือข้อมูลอื่นใดที่ท่านเลือกที่จะเปิดเผยให้แก่เราซึ่งอาจถือว่าเป็นข้อมูลส่วนบุคคล 

         2.2 ข้อมูลระบุตัวตนซึ่งระบุอยู่ในเอกสารที่ออกโดยหน่วยงานภาครัฐรวมถึงสําเนาของเอกสารดังกล่าว เช่น บัตร ประจําตัวประชาชน ใบอนุญาตขับขี่ หนังสือเดินทาง วีซ่า ใบต่างด้าว ใบอนุญาตทํางาน ทะเบียนบ้าน ทะเบียนสมรส ทะเบียนรถยนต์หรือพาหนะอื่นๆresident registration number หมายเลขประกันสังคม หมายเลขประจําตัวผู้เสียภาษี อากร หนังสือสําคัญประจําตัวสําหรับการรับราชการทหาร หนังสือรับรองการอุปสมบท 

             2.3 ข้อมูลการทํางานและการศึกษา เช่น ข้อมูลประกอบการสมัครงาน เช่น   ข้อมูลตามใบสมัครงาน   ประวัติการศึกษา   ประวัติการทํางาน ประสบการณ์การทํางาน ประวัติการฝึกงาน  ผลการสัมภาษณ์งาน รวมถึงความคิดเห็นต่อผู้สมัครงาน ตําแหน่งที่สนใจ ประเภทของสัญญา ระยะเวลาตามสัญญา การจัดประเภทงาน  ตําแหน่งงาน  ฝ่ายงาน  สายงาน ความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ข้อมูลเกี่ยวกับการปฏิบัติงาน เลขประจําตัวพนักงานบริษัท ระยะเวลาในการทํางาน  ข้อมูลบันทึกเวลาทํางาน ข้อมูลการลางาน วันเริ่มต้น งานและวันสิ้นสุด วันที่เกษียณ สถานที่ทํางาน ประวัติการไปปฏิบัติงานที่องค์กรอื่น ใบอนุญาตผู้ประกอบวิชาชีพเฉพาะ ต่างๆ ข้อมูลที่สําคัญเพื่อใช้ในการตรวจสอบประวัติของท่าน 

          2.4 ข้อมูลเกี่ยวกับเงินเดือนและสิทธิสวัสดิการ เช่น  ข้อมูลบัญชีธนาคาร  อัตราเงินเดือน หรือ ค่าตอบแทน สิทธิสวัสดิการ  และ  ข้อมูลประกอบการรับสิทธิดังกล่าว ( เช่น   เงินชดเชย   เงินบํานาญ   ค่ารักษาพยาบาล   ประกัน   กองทุนสํารองเลี้ยงชีพ ข้อมูลการหักเงิน ( เช่น ภาษีหัก ณ ที่จ่าย หรือ กองทุนสํารองเลี้ยงชีพ )  

          2.5 ข้อมูลการเข้าร่วมกิจกรรมหรือการฝึ กอบรม เช่น ข้อมูลการลงทะเบียน ชื่อหลักสูตร รายละเอียดหลักสูตร   ผลการ ฝึกอบรม รายละเอียดการเข้าร่วมกิจกรรมกับเรา

            2.6 ข้อมูลการสอดส่องเพื่อดูแลความปลอดภัย เช่น ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว เสียงจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิด ข้อมูลการเข้าใช้ระบบ การเข้าอาคาร การบันทึกเวลา อินเทอร์เน็ต ที่อยู่ทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ และข้อมูลการใช้โทรศัพท์ รหัส สําหรับระบบข้อมูลสารสนเทศ และสิทธิการเข้าถึงระบบข้อมูลสารสนเทศของบริษัท และข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ที่สร้าง ขึ้นโดยการใช้ระบบของท่าน 

            2.7 ข้อมูลด้านการปฏิบัติงานและข้อมูลทางวินัย เช่น การประเมินผลงาน ข้อมูลการเลื่อนตําแหน่ง ตัวชี้วัด  บันทึก     พฤติกรรมทางวินัย ข้อร้องเรียน  ข้อมูลเกี่ยวกับการฟ้องร้องทางวินัย กระบวนการทางวินัยและการตักเตือน   รายละเอียด การพิจารณาเรื่องร้องทุกข์และผลการพิจารณา และประวัติการให้คะแนนผลงาน 

            2.8 ข้อมูลอื่นๆ เช่น ข้อมูลที่จําเป็นสําหรับการเดินทางไปต่างประเทศ ข้อมูลอื่นใดที่ปรากฏในเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการ จัดการทางธุรกิจของบริษัท ข้อมูลที่ท่านขอให้เราเปิดเผย 

         2.9 ข้อมูลของสมาชิกในครอบครัวหรือผู้ที่เกี่ยวข้อง เช่น ชื่อและข้อมูลผู้ติดต่อกรณีฉุกเฉิน บิดามารดา บุตร คู่สมรส ผู้คํ้า ประกัน บุคคลอ้างอิง ญาติหรือคนรู้จักของท่านที่ทํางานอยู่ในบริษัท พนักงานของบริษัท ที่แนะนําท่านมาสมัครงานกับ บริษัท ผู้อยู่ในความอุปการะและผู้รับประโยชน์ของท่าน (เช่น ชื่อ วันเกิด เพศ สถานะการสมรส ข้อมูลสุขภาพ และ หมายเลขประจําตัวบางประเภทที่ออกให้โดยรัฐบาล ในกรณีที่สมาชิกในครอบครัวได้รับสวัสดิการที่ทางเราจัดให้

            2.10 ข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อน ได้แก่ 

              2.10.1 ข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อนที่ระบุในเอกสารที่ออกโดยหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งบริษัทอาจขอความยินยอมจากท่านแยกเป็นครั้งคราวหากบริษัทไม่สามารถอ้างอิงฐานทางกฎหมายอื่นได้ 

            2.10.2 ข้อมูลสุขภาพและการรักษา   เช่น  ข้อมูลทางการแพทย์ที่จําเป็นในการประเมินการเรียกร้อง  การจัดการดูแล  ความคุ้มครองตามแผนสวัสดิการของพนักงาน รวมถึงข้อมูลทางการแพทย์ที่จําเป็นต่อการจัดหาที่พักอาศัย เพื่อช่วยในการฟื้นฟูสภาพ การกลับเข้าทํางาน และการจ้างงานอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลการตรวจสุขภาพ ประจําปี  ผลการตรวจคัดกรองโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) โรคประจําตัวหรือโรคติดต่อทาง พันธุกรรม 

               2.10.3  ข้อมูลประวัติอาชญากรรม 

               2.10.4  ข้อมูลความพิการ เช่น บัตรประจําตัวผู้พิการ

               2.10.5  ข้อมูลสหภาพแรงงาน  เช่น การเป็นสมาชิกภาพของสหภาพแรงงาน 

ในกรณีที่บริษัทได้รับข้อมูลของบุคคลที่สามอื่น (ข้อมูลเกี่ยวกับสมาชิกในครอบครัว เช่น ชื่อ  วันเกิด เพศ ข้อมูล สุขภาพ และหมายเลขประจําตัวบางประเภทที่ออกให้โดยหน่วยงานภาครัฐที่ท่านให้ไว้แก่บริษัท ในกรณีที่สมาชิกใน ครอบครัวเหล่านั้นได้รับสวัสดิการที่ทางบริษัทจัดให้ ในกรณีเช่นนั้น ท่านควรมั่นใจว่าท่านมีสิทธิ และ/หรือ อํานาจที่จะให้ข้อมูล ส่วนบุคคลดังกล่าวแก่บริษัท และ อนุญาตให้บริษัทประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวตามประกาศฉบับนี้ได้ โดยท่านมีหน้าที่รับผิดชอบในการแจ้งรายละเอียดตามประกาศฉบับนี้ให้บุคคลที่สามดังกล่าวทราบ ตลอดจนขอความยินยอมจากบุคคล ดังกล่าว (หากเป็นกรณีที่ต้องได้รับความยินยอม) หรือมีฐานทางกฎหมายอื่น เพื่อให้เราสามารถประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ของบุคคลที่สามดังกล่าวได้ตามกฎหมาย และตามประกาศฉบับนี้

ในบางกรณีตามที่กฎหมายกําหนด บริษัทไม่สามารถประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์ คนเสมือนไร้ ความสามารถ และคนไร้ความสามารถโดยปราศจากความยินยอมของผู้ใช้อํานาจปกครอง ผู้พิทักษ์  หรือ ผู้อนุบาลได้ดังนั้น หากท่านเป็นผู้ที่มีอายุตํ่ากว่า 20 ปีและยังไม่บรรลุนิติภาวะ คนเสมือนไร้ความสามารถ หรือคนไร้ความสามารถ ท่านต้อง ดําเนินการให้มั่นใจว่าท่านได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อํานาจปกครอง ผู้พิทักษ์   หรือผู้อนุบาลแล้ว  (ในกรณีที่ต้องได้รับความ ยินยอม) หากบริษัททราบว่าบริษัทเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากบุคคลที่มีอายุตํ่ากว่า 20 ปี  และยังไม่บรรลุนิติภาวะโดยไม่ มีความยินยอมของผู้ใช้อํานาจปกครองตามที่กฎหมายกําหนด หรือจากคนเสมือนไร้ความสามารถและคนไร้ความสามารถโดย ไม่มีความยินยอมของผู้พิทักษ์หรือผู้อนุบาลตามกฎหมาย (แล้วแต่กรณี) โดยไม่ได้ตั้งใจ บริษัทจะลบข้อมูลส่วนบุคคลนั้นทันที หรือจะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลนั้นเฉพาะกรณีที่บริษัทสามารถอาศัยฐานทางกฎหมายอื่นที่นอกเหนือจากความยินยอมได้  หรือตามที่กฎหมายอนุญาตเท่านั้น 

 

3.       วัตถุประสงค์ 

        บริษัทสามารถประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน     เพื่อวัตถุประสงค์อันเกี่ยวเนื่องกับธุรกิจที่ต้องอาศัยความยินยอม จากท่านและบริษัทสามารถอาศัยฐานทางกฎหมายอื่นนอกเหนือจากความยินยอมได้ดังนี้

          3.1 วัตถุประสงค์ที่ต้องอาศัยความยินยอม  

บริษัทอาจประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อนของท่าน   เพื่อวัตถุประสงค์ที่ต้องได้รับความยินยอมตาม กฎหมาย   ซึ่งได้แก่ 

          ข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อนที่ระบุในเอกสารที่ออกโดยหน่วยงานภาครัฐ เช่น    ในกรณีที่บริษัทได้รับข้อมูลศาสนา มาจากบัตรประจําตัวประชาชนของท่าน บริษัทจะประมวลผลสําเนาบัตรประจําตัวประชาชนของท่าน  เพื่อการ ตรวจสอบและยืนยันตัวตนของท่าน    เพื่อการใช้เอกสารประกอบการเข้าการทําข้อตกลง  

  ข้อมูลสุขภาพและการรักษา    เพื่อการพิจารณาความเหมาะสมก่อนเข้าทําข้อตกลง   เพื่อการพิจารณาความเหมาะสม   ในการปฏิบัติงาน    เพื่อการพิจารณาความเหมาะสมในการปรับเปลี่ยนโยกย้ายตําแหน่ง  หรือความเหมาะสมของ    ตําแหน่งงาน   เพื่อการมอบสิทธิสวัสดิการให้แก่ท่าน 

         ข้อมูลประวัติอาชญากรรม   เพื่อการพิจารณาความเหมาะสมก่อนเข้าทําข้อตกลง   เพื่อการจัดการทางวินัย
         – ข้อมูลความพิการ เพื่อการพิจารณาความเหมาะสมก่อนเข้าทําข้อตกลง    เพื่อการคํานวน  และส่งเงินจ่ายกองทุนผู้พิการ
         – ข้อมูลสหภาพแรงงาน เพื่อการอํานวยความสะดวกในการจัดการที่เกี่ยวข้องกับสหภาพแรงงาน  

ทั้งนี้ บริษัทจะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อนก็ต่อเมื่อบริษัทได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่าน หรือ ต่อเมื่อกฎหมายอนุญาตให้บริษัทกระทําได้ โดยอาศัยฐานทางกฎหมายอื่น นอกเหนือจากการขอความยินยอมนอกจากนี้  สําหรับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อนใดที่บริษัท ไม่สามารถอาศัยฐานทางกฎหมายอื่นนอกเหนือจากการขอ ความยินยอมได้ บริษัทอาจขอความยินยอมจากท่านเพิ่มเติมเป็นรายกรณีไป 

 

          3.2 วัตถุประสงค์ที่บริษัทสามารถอาศัยฐานทางกฎหมายอื่นนอกเหนือจากการขอความยินยอมได้ 

บริษัทอาจอาศัยหรืออ้างฐานทางกฎหมายดังต่อไปนี้ ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
          (1) ฐานการปฏิบัติ ตามสัญญา สําหรับการเริ่มต้นทําข้อตกลงหรือการเข้าทําข้อตกลงหรือปฏิบัติตามข้อตกลงกับท่าน (โดยเฉพาะอย่างยิ่งสัญญา จ้างงานที่เข้าทํากับท่านหรือสัญญาบริการที่บริษัททํากับนายจ้างของท่าน)
          (2) ฐานการปฏิบัติตามกฎหมาย เพื่อการปฏิบัติ หน้าที่ตามกฎหมายของบริษัท
          (3) ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท และ/หรือของบุคคลภายนอก
          (4) ฐานการป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิตร่างกายหรือสุขภาพของบุคคล
          (5) ฐานประโยชน์สาธารณะสําหรับการดําเนินภารกิจเพื่อ ประโยชน์สาธารณะ หรือปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อํานาจรัฐ
          (6) ฐานการก่อตั้งสิทธิหรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
          (7) ฐานเป็นการจําเป็นในการปฏิบัติตามกฎหมาย เช่น  เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการประเมินความสามารถในการ ทํางานของลูกจ้าง  การคุ้มครองแรงงาน  หรือประกันสังคม  หรือเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์อันเกี่ยวข้องกับประโยชน์สาธารณะที่ สําคัญ หรือเพื่อประโยชน์สาธารณะด้านการสาธารณสุข และ/หรือ ฐานทางกฎหมายอื่นที่บริษัทสามารถอาศัยได้ตามกฎหมาย ที่เกี่ยวข้อง 

ทั้งนี้ วัตถุประสงค์ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลบางประเภทดังต่อไปนี้   อาจบังคับหรือไม่บังคับใช้กับท่าน โปรด พิจารณาวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้ตามความสัมพันธ์และรูปแบบข้อตกลงที่ท่านมีกับบริษัท

 

4.       กรณีที่ท่านเป็นผู้สมัครงาน 

         4.1 การจัดการเกี่ยวกับการสมัครงาน กระบวนการตรวจสอบและการจ้างงาน เช่น การสรรหาพนักงาน การยืนยัน ตัวตน การบันทึกข้อมูลที่เก็บรวบรวมจากผู้สมัครงาน การประเมินความเหมาะสม  การตรวจสอบคุณสมบัติ และการตรวจสอบประวัติการตัดสินใจจ้างงาน    การเข้าทําสัญญาจ้างงานหรือสัญญาบริการที่บริษัททํากับนายจ้างของท่าน    และการดําเนินการปฐมนิเทศแก่ผู้สมัครงาน    และการกําหนดเงินเดือน สวัสดิการและข้อมูลสัญญาพื้นฐานอื่น ๆ   สําหรับพนักงานใหม่ ในตําแหน่งใดตําแหน่งหนึ่ง 

          4.2  การติดต่อสื่อสาร เช่น การสื่อสารเพื่อนัดสัมภาษณ์งาน การจัดส่งเอกสาร การติดต่ออื่นใดซึ่งรวมถึงการติดต่อ บุคคลอ้างอิงกรณีฉุกเฉิน และการประชาสัมพันธ์ข่าวสาร 

        4.3  การปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย เช่น การดําเนินการตามกฎหมาย  กระบวนพิจารณา หรือคําสั่งของหน่วยงานรัฐ และ/หรือให้ความร่วมมือกับศาล ผู้กํากับดูแล หน่วยงานรัฐ และหน่วยงานที่บังคับใช้กฎหมาย ในกรณีบริษัทมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าต้องปฏิบัติตามกฎหมาย และ/หรือคําสั่ง หรือต้องให้ความร่วมมือดังกล่าว โดยบริษัทอาจจําเป็นต้อง เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เพื่อปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย กระบวนการทางกฎหมาย หรือ คําสั่งของ รัฐดังกล่าวอย่างเคร่งครัด  ซึ่งรวมถึงเพื่อดําเนินการตามขั้นตอนการสอบสวนภายใน  การร้องเรียนหรือการเรียกร้องการสืบสวนสอบสวนหรือป้องกันอาชญากรรม การฉ้อโกง และ/หรือเพื่อก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย 

         4.4  การปกป้องผลประโยชน์ของบริษัท เช่น การรักษาความปลอดภัยและความถูกต้องของธุรกิจของบริษัท เพื่อใช้ สิทธิของบริษัท และปกป้องผลประโยชน์ของบริษัท เมื่อจําเป็นและชอบด้วยกฎหมาย เช่น เพื่อตรวจจับ ป้องกัน และ ดําเนินการเกี่ยวกับการทุจริตใด ๆ หรือการละเมิดกฎหมายการใช้งานกล้องโทรทัศน์วงจรปิดเพื่อติดตามสถานการณ์ต่างๆเพื่อป้องกันและรายงานอาชญากรรมและเพื่อรักษาความปลอดภัย 

          4.5  เพื่อการจัดการข้อพิพาท เช่น การแก้ไขปัญหาข้อพิพาท การบังคับใช้ตามข้อตกลงของบริษัท การรวบรวม พยานหลักฐาน   และการก่อตั้ง   การปฏิบัติตาม  การใช้สิทธิ  การยกขึ้นต่อสู้   และ/หรือ  การดําเนินการตามกฎหมายอื่นใด ซึ่งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมายของบริษัท 

          4.6     การป้องกันหรือระงับอันตราย ต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล 

 

 

5.       กรณีที่พนักงานประเภทอื่นๆ

นอกจากวัตถุประสงค์ข้างต้นแล้ว บริษัทยังอาจประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้ 

          5.1  การนําจ่ายเงินเดือน ค่าตอบแทน  และสิทธิสวัสดิการ     เช่น     การจ่ายเงินเดือน   ค่าตอบแทน     โบนัส    และการปฏิบัติ      ดําเนินการเพื่อการใช้สิทธิสวัสดิการ   ( เช่น   เงินชดเชย   เงินบํานาญ   ค่ารักษาพยาบาล   ประกันกองทุนสํารองเลี้ยงชีพ   การหักเงิน     (เช่น ภาษีหัก ณ ที่จ่าย หรือ กองทุนสํารองเลี้ยงชีพ)    การประเมินเพื่อการปรับเงินเดือนหรือค่าตอบแทน 

          5.2  การบริหารจัดการด้านทรัพยากรบุคคล เช่น การยืนยันตัวตนพนักงาน การบันทึกข้อมูลการทํางาน  การจัดการ  กิจกรรมที่เกี่ยวกับการทํางาน  การจัดปฐมนิเทศพนักงาน  การออกบัตรประจําตัวพนักงาน  บัตรเข้าออกอาคาร สํานักงาน  และ/หรือบัตรอื่นๆ  การจัดฝึกอบรม การจัดให้มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมขององค์กร  การดําเนินการทางวินัยและการเลิกจ้าง การติดตามชั่วโมงทํางาน เวลาเข้าเวลาออกงาน การติดตามตรวจสอบขั้นตอน การทํางานภายในพื้นที่ประกอบกิจการของบริษัท การติดตามการใช้อินเทอร์เน็ต ที่อยู่ทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ และโทรศัพท์  การออกจดหมายรับรองสถานะการทํางาน การเรียกประชุมพนักงาน การจัดการการจ้างงานโดยทั่วไป การประเมินผลการทํางานและการเลื่อนตําแหน่งประเมินความเหมาะสมในตําแหน่งงาน การบริหารจัดการแผนการ  เกษียณอายุพนักงาน การบริหารจัดการบัญชีผู้ทิ้งงาน (Blacklist) เพื่อส่งเสริมและรับรองความเท่าเทียมระหว่างพนักงาน การจัดทําการวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ การจัดทํา  และรักษาแผนผังองค์กร หน่วยงาน  และการจัดการพนักงาน  และคณะทํางานภายในองค์กร  การจัดการและติดตาม  ดูแลการเดินทางเพื่อธุรกิจ    ดําเนินการวิเคราะห์พนักงาน การบริหารจัดการความสามารถและการพัฒนาอาชีพ การจัดการ/อนุมัติวันลา การจัดการการดูแลสุขภาพ การออกหนังสือรับรองตามที่ร้องขอการบริหารจัดการการอบรมว่าด้วยจริยธรรมและการปฏิบัติตามกฎระเบียบการจัดการกิจกรรมนันทนาการ การตัดสินใจเรื่องการลงทุน การคาดการณ์และการวางงบประมาณ การประเมินความสามารถในการทํางานและการปรับเงินเดือน การสนับสนุนการ  ทํางาน  การพิจารณา ปรับ  ย้าย เปลี่ยนตําแหน่ง  หรือที่ทํางานของพนักงาน  ซึ่งรวมถึงการให้ไปทํางานในต่างประเทศ   การเปลี่ยนแปลงประเภทของสัญญาจ้างงาน (เช่น จากพนักงานฝึกงานเป็นพนักงานประจํา ) หรือสัญญาบริการที่ บริษัททํากับนายจ้างของท่าน การเปลี่ยนชื่อของพนักงาน  (เช่น เมื่อพนักงานแต่งงาน)  การดําเนินการที่เกี่ยวข้องกับ การจ้าง การเลิกจ้าง  การออกจากงานและการเกษียณอายุ   การบริหารจัดการงานให้บริการ   การติดตามผลการ   ดําเนินงาน   การจ่ายเงิน   การวางแผนและประเมินผลการทํางาน   การตรวจสอบประวัติ   การจัดการต่อคําร้องเรียน   บริหารจัดการค่าใช้จ่ายและการเบิกจ่ายเงิน 

           5.3  การดําเนินการของบริษัท เช่น เพื่อการสื่อสารกับบริษัทในเครือ หรือบริษัทร่วมทุน ผู้ให้บริการ และพันธมิตรทาง ธุรกิจ การวางแผน ดําเนินการและจัดการความสัมพันธ์และสิทธิทางสัญญา เพื่อพิจารณาแต่งตั้ง ยกเลิก หรือมอบอํานาจให้ท่านดําเนินการทําธุรกรรมต่างๆ    การอนุญาตให้มีการออกบัตรเครดิตของบริษัทในนามของบุคคล    การสํารวจความพึงพอใจ  การบังคับใช้ข้อตกลง   สัญญานโยบาย   หรือเอกสารใดๆที่เกี่ยวข้องกับงานบริหารทรัพยากร   บุคคล   การใช้ข้อมูลของท่านเป็นเอกสารหลักฐานประกอบการทําธุรกรรม    การตรวจสอบบัญชีและการบัญชี   ( ทั้งภายในและภายนอก )           การวิเคราะห์และควบคุมต้นทุน/งบประมาณ    การควบคุมและคัดกรองการแพร่ระบาดของ  โรคติดต่อ    การวิเคราะห์ข้อมูลและจัดทํารายงานภายในเพื่อประโยชน์ของบริษัท  

             5.4  การบริหารจัดการระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ   เช่น การจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านบนเซิร์ฟเวอร์สําหรับ เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างมีประสิทธิภาพ การเสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ การ ติดตามการใช้งานอินเทอร์เน็ตหรือเว็บไซต์ของบริษัท 

             5.5  การปรับโครงสร้างองค์กร เช่น  การควบรวมกิจการ การขาย การซื้อ การร่วมลงทุน การโอนสิทธิ การเปลี่ยนแปลง เจ้าของกิจการ การจําหน่ายกิจการ ทรัพย์สิน หุ้น หรือการฟื้นฟูกิจการ  การร่วมทุน ซึ่งบริษัทอาจจําเป็นต้องเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้กับผู้รับโอนสิทธิ   โดยถือเป็นส่วนหนึ่งของการทําธุรกรรมดังกล่าว 

โดยที่การปฏิเสธการให้ข้อมูลส่วนบุคคลกับเรา ในบางกรณีอาจทําให้บริษัทไม่สามารถดําเนินการตามที่ท่านร้องขอได้ ทําให้ท่านไม่มีสิทธิได้รับสวัสดิการหรือประโยชน์บางอย่างอาจมีผลต่อการพิจารณารับเข้าทํางานในตําแหน่งบางตําแหน่งหรือการพิจารณาค่าตอบแทนบางประเภทหรือการปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญาจ้างงานที่เรามีกับท่าน นอกจากนี้ยังอาจส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายของท่านหรือของบริษัท 

 

6.       การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล 

ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอาจถูกเปิดเผยระหว่างบริษัทในเครือด้วยกัน และอาจมีการเปิดเผยไปยังนิติบุคคลอื่น (เช่น  ผู้จัดหาสินค้าหรือบริการให้กับบริษัทซึ่งบริษัทได้ใช้บริการสําหรับการจัดการข้อมูลส่วนบุคคล ภายในกรอบแห่งความจําเป็น เพื่อการบรรลุตามวัตถุประสงค์ ที่ได้กล่าวไว้แล้ว ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจะถูกเปิดเผยไปยังบุคคลอื่นได้เพื่อวัตถุประสงค์ ทางธุรกิจอันชอบด้วยกฎหมายเท่านั้น ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอาจถูกเปิดเผยไปยังบุคคลดังต่อไปนี้ 

             6.1 บริษัทในเครือหรือบริษัทร่วมทุน โดยที่บริษัทอาจจําเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังบริษัทในเครือ   และบริษัทร่วมทุน   หรืออนุญาตให้บริษัทในเครือและบริษัทร่วมทุนเหล่านั้น    เข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อ วัตถุประสงค์ที่ได้ระบุไว้ข้างต้น  

             6.2  ผู้ให้บริการของบริษัท โดยที่บริษัทอาจจําเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน  เพื่อการใช้บริการหรือให้ผู้ ให้บริการดําเนินการในนามของบริษัท   บริษัทจะให้ข้อมูลส่วนบุคคลเฉพาะเท่าที่จําเป็นสําหรับการให้บริการและจะขอให้ผู้ให้บริการเหล่านั้น   ไม่ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน   เพื่อวัตถุประสงค์อื่นนอกเหนือจากที่ตกลงกับบริษัท   ซึ่งผู้ให้บริการดังกล่าว รวมถึงแต่ไม่จํากัดเพียง

(1)  ผู้แทนสวัสดิการ เช่น เพื่อช่วยจัดการโปรแกรมและบริการสวัสดิการ ต่างๆ
          (2)  ผู้ให้บริการด้านการจัดหางานและผู้ให้บริการปฏิบัติงานของฝ่ ายทรัพยากรบุคคล
          (3) ผู้ให้บริการทางเทคโนโลยีสารสนเทศ
          (4) ผู้ให้บริการโลจิสติกส์และขนส่งสินค้า
          (5) ผู้ให้บริการวิเคราะห์ข้อมูล
          (6) ผู้ให้บริการด้าน การจัดเก็บข้อมูลและบริการคลาวด์
          (7) ผู้ให้บริการด้านการจัดเก็บและการทําลายเอกสาร
          (8) ผู้ให้บริการสื่อพิมพ์ และการนําส่งเอกสารหรือพัสดุ
          (9) ผู้ให้บริการด้านการจัดทําใบอนุญาตทํางานและวีซ่า
          (10) ธนาคารและสถาบัน ทางการเงิน
          (11) ผู้ให้บริการสํารวจความคิดเห็น  

             6.3  พันธมิตรทางธุรกิจ บริษัทอาจเปิดเผย และ/หรือ  โอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังพันธมิตรทางธุรกิจของบริษัท 
             6.4 บุคคลตามที่กฎหมายกําหนด บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย     ที่ใช้บังคับ   การให้ความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ  และ/หรือ  หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอื่นๆเมื่อบริษัทมีเหตุอันควร เชื่อได้ว่าต้องปฏิบัติตามกฎหมาย คําสั่ง หรือต้องให้ความร่วมมือดังกล่าว 

           6.5  ที่ปรึกษา บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่ที่ปรึกษาต่าง ๆ   ซึ่งที่ปรึกษาดังกล่าวอาจรวมถึงแต่ไม่จํากัดเพียง  ที่ปรึกษาทางกฎหมาย และ/หรือ ผู้สอบบัญชี 

            6.6 ผู้รับโอนสิทธิและ/หรือ หน้าที่ บริษัทอาจปรับโครงสร้างองค์กร   ซึ่งบริษัทอาจจําเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ของท่านให้กับผู้รับโอนสิทธิ และ/หรือ หน้าที่ดังกล่าว 

            6.7  ผู้รับข้อมูลส่วนบุคคลอื่นๆ    บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังบุคคล หรือนิติบุคคลอื่นๆ เพื่อวัตถุประสงค์ตามที่กําหนดในประกาศฉบับนี้ ซึ่งผู้รับข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว อาจรวมถึงแต่ไม่จํากัดเพียงบุคคล หรือนิติบุคคลที่ท่านขอให้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลไป  ผู้ขอใช้สิทธิตรวจสอบบันทึกจากล้องโทรทัศน์วงจรปิด   บุคคลทั่วไป และ/หรือ การเปิดเผยสู่สาธารณะอื่นๆ  

 

7.       การรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล 

บริษัทใช้ระบบนโยบาย และ  กระบวนการต่างๆ เพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน  จากการเข้าถึง ใช้เปลี่ยนแปลง แก้ไข การลักขโมย การดัดแปลง หรือเปิดเผย  โดยปราศจากอํานาจหรือโดยมิชอบ ซึ่งกระบวนการดังกล่าวรวมไปถึงการจํากัด สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลเฉพาะพนักงาน    ผู้ซึ่งมีความจําเป็นทางธุรกิจโดยชอบธรรมที่จะเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลได้นโยบาย และ ขั้นตอนสําหรับการเก็บรักษาข้อมูลของเรา  ได้กําหนดให้มีการลบข้อมูลส่วนบุคคลออกจากระบบหรือทําลาย เมื่อพ้นกําหนดเวลาสําหรับการเก็บรักษาข้อมูล

ผู้จัดหาสินค้าและบริการของบริษัทจะต้องเก็บข้อมูลส่วนบุคคลเป็นความลับและจัดให้มีการป้องกันทั้งทางด้านการ จัดการ ทางเทคนิคและทางกายภาพอย่างเหมาะสม ผู้จัดหาเหล่านั้นไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์อื่นใดอันนอกเหนือไปจากการให้บริการที่ดําเนินการให้กับบริษัท 

 

8.       ระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล 

บริษัทจะจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เพียงระยะเวลาเท่าที่จําเป็นตามวัตถุประสงค์ที่ระบุในประกาศฉบับนี้ ทั้งนี้ บริษัทอาจขยายเวลาการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลออกไป หากมีความจําเป็นเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ นโยบาย ภายในของบริษัท หรือเมื่อมีกรณีมีข้อพิพาท 

 

9.       สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล 

ภายใต้ข้อกําหนดของกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและขั้นตอนการจัดการสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัท ท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิดังต่อไปนี้  

            9.1 สิทธิในการขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิในการขอเข้าถึง   หรือขอรับสําเนาข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับ ท่านซึ่งบริษัท   ได้จัดเก็บ   ใช้   หรือเปิดเผย   ทั้งนี้   บริษัทอาจไม่สามารถที่จะให้ข้อมูลอันไม่อาจเปิดเผยได้   เช่น  ข้อมูลที่มี  การคุ้มครองโดยเอกสิทธิ์   หรือข้อมูลที่เป็นความลับทางการค้า 

            9.2 สิทธิขอให้แก้ไขข้อมูล    ท่านมีสิทธิที่จะขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้มีความถูกต้อง    เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์    และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดได้   โดยเมื่อท่านได้ทราบว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ให้ไว้กับบริษัทไม่ถูกต้อง หรือ ต้องการทําข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน ท่านสามารถติดต่อตัวแทนฝ่ายบุคคลเพื่อทําการแก้ไขข้อมูลดังกล่าวได้ 

            9.3 สิทธิในการโอนถ่ายข้อมูล ท่านสามารถขอให้บริษัทจัดทําข้อมูลในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่อส่งต่อให้ผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคลอื่น 

         9.4 สิทธิในการคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ท่านสามารถคัดค้านการเก็บรวบรวมใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล เมื่อไหร่ก็ได้ ตามขอบเขตภายใต้กฎหมายที่ใช้บังคับ 

              9.5  สิทธิในการขอระงับการใช้ข้อมูล ท่านอาจขอให้บริษัทระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้ในบางกรณี

              9.6  สิทธิในการเพิกถอนความยินยอม กรณีที่ท่านได้ให้ความยินยอมแก่บริษัทในการเก็บรวบรวมใช้  หรือเปิดเผย  

ข้อมูลส่วนบุคคล  ในบางกรณีท่านสามารถยกเลิกความยินยอมนั้นเมื่อไหร่ก็ได้ 

              9.7  สิทธิในการขอให้ลบ หรือทําลายข้อมูลส่วนบุคคล ท่านอาจขอให้บริษัท ทําการลบ  ทําลาย  หรือทําให้ข้อมูลนั้น ไม่สามารถระบุตัวตนได้   ซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่บริษัททําการเก็บรวบรวมใช้   หรือเปิดเผย
              9.8  สิทธิในการร้องเรียน   หากท่านเห็นว่าการดําเนินการของบริษัท   ไม่เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วน บุคคล พ.. 2562 ท่านมีสิทธิในการร้องเรียนไปยังหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบ 

 การใช้สิทธิของท่านตามที่ระบุไว้ข้างต้นอาจถูกจํากัดโดยกฎหมาย และข้อยกเว้นที่เกี่ยวข้อง โดยในบางกรณีบริษัทสามารถปฏิเสธคําขอของท่านได้โดยชอบด้วยกฎหมาย เช่น ในกรณีที่บริษัทมีหน้าที่ตามกฎหมาย หรือมีคําสั่งศาล ทั้งนี้ หากบริษัทปฏิเสธคําขอของท่าน บริษัทจะแจ้งเหตุผลให้ท่านทราบ 

 ทั้งนี้บริษัทอาจร้องขอให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลแสดงหลักฐานการยืนยันตัวตนก่อนที่บริษัทจะปฏิบัติตามคําขอใช้สิทธิของท่านและในบางกรณี บริษัทอาจเรียกเก็บค่าดําเนินการตามคําขอใช้สิทธิของท่านตามที่กฎหมายอนุญาต

 

10.    ติดต่อบริษัท 

กรณีมีข้อสงสัยหรือต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน โปรดติดต่อบริษัทฯ ได้ตามช่องทางดังต่อไปนี้

              10.1  สถานที่ติดต่อ :   บริษัท เจ อาร์ เอ็ม เจริญมิตร กรุ๊ฟ จำกัด

ที่อยู่ 71/1 หมู่ 7 ถนน.ตลิ่งชั่นสุพรรณบุรี ตำบล ละหาร อำเภอ บางบัวทอง จังหวัด นนทบุรี 11110

โทรศัพท์02-918-2645 (ติดต่อได้ในเวลาทำการจันทร์ เสาร์ ตั้งแต่ 08:00. – 17:00.)

              10.2  เจ้าหน้าที่ผู้ดูแลคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล  :  อีเมล dpo-jrm@martonthailand.com
โทรศัพท์ 02-918-2645  (ติดต่อได้ในเวลาทำการจันทร์ เสาร์ ตั้งแต่ 08:00. – 17:00.)


ประกาศนโยบายฉบับนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่    01 พฤศจิกายน  2567   เป็นต้นไป